หน้าเว็บ

ปลา

ในท้องปลามหึมา
โยนาห์บทที่ ๑.๑๕-๒.๑๐


คำ นำ                “แล้วพระเจ้าทรงกำหนดให้ปลามหึมาตัวหนึ่ง กลืนโยนาห์เข้าไป โยนาห์ก็อยู่ในท้องปลานั้นสามวันสามคืน” (โยนาห์ ๑.๑๗) ฉบับอมตธรรมว่า “ปลาใหญ่” ฉบับ NIV “a great fish” ฉบับประชานิยม “พระเจ้าสั่งให้ปลาใหญ่มาฮุบโยนาห์ไว้”  เนื้อหาสาระสำคัญของพระธรรมโยนาห์คือ (๑) การสำแดงพระลักษณะที่ยอดเยี่ยมของพระเจ้า (๒) พระคุณของพระองค์  (ดู อฟ. ๒.๘-๙) พระเจ้ามิใช่รักเฉพาะคนดี(ยิว)เท่านั้น แต่ทรงรักคนบาป(ต่างชาติ)ด้วย                หลายคนและและเข้าใจว่า พระธรรมโยนาห์เป็นนิทานสอนใจของชาวยิว เป็นเรื่องคล้ายนิยายที่ไม่มีมูลความจริงและเล่าต่อๆกันมา แต่งเติมแบบ “ตีไข่ใส่สี” ให้มันตื่นเต้นและสนุกสนาน ตัวอย่าง : มีเรื่องเล่าว่า หญิงคริสเตียนคนหนึ่งขึ้นเครื่องบิน และเอาพระคัมภีร์ออกมาอ่าน ชายคนที่นั่งข้างๆก็ถามว่า “คุณอ่านหนังสืออะไร?” เธอตอบว่า “พระคัมภีร์ค่ะ”                “คุณเชื่อหนังสือเล่มนี้จริงๆหรือ?” เขาถาม หญิงคริสเตียนพยักหน้า “คุณเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์เลยหรือ แม้แต่เรื่องโยนาห์ที่อยู่ในท้องปลาสามวันสามคืนนั้นนะ?”                เธอพยักหน้าอีก เขาจึงถามอีกว่า “โยนาห์อยู่ได้ยังไงในท้องปลาอย่างนั้น?”  เธอตอบว่า “ใม่ทราบค่ะ ไว้ดิฉันเจอโยนาห์ที่สวรรค์จะถามให้ก็ได้ค่ะ”                “ถ้าไม่พบโยนาห์ที่สวรรค์ล่ะ?” เขาไม่ลดละ                “งั้น คุณก็ถามเอาเองก็แล้วกัน” เธอตอบ                ???!!๑.ที่มาของปัญหาและความทุกข์                 ศาสนาดั้งเดิมของเราสอนเรื่องความทุกข์ เหตุแห่งทุกข์และการกำจัดความทุกข์ เป็นเรื่องเศร้า (แต่คริสเตียนสอนเรื่องความรัก การให้อภัยและสันติสุข เหตุที่มาของความรัก การให้อภัยและสันติสุข และวิธีที่จะรับเอาทั้งสามสิ่งเหล่านี้) และเป็นเรื่องความชื่นชมยินดี พระคัมภีร์สอนดังนี้...                ๑)ปัญหาและความทุกข์มาจากผีมารซาตานเป็นต้นเหตุ “การทดลอง” (ปฐก. ๓)                ๒)ปัญหาและความทุกข์มาจากการทดสอบของพระเจ้า “การทดสอบ” (๑ คร.๑๐.๑๒)                 ๓)ปัญหาและความทุกข์มาจากตนเองส๒.ในท้องปลา                ในที่สุดคนที่ก่อปัญหาความเดือดร้อนก็ถูกกะลาลีเรือจับโยนลงทะเล ขอให้สังเกตว่า “พายุในทะเลก็สงบลงทันที” (๑.๑๕) แต่เรื่องของโยนาห์ยังไม่จบ “พระเจ้าทรงกำหนดให้ปลามหึมาตัวหนึ่งกลืนโยนาห์เข้าไป โยนาห์อยู่ในท้องปลานั้นสาวันสามคืน” (๑.๑๗)บางคนคิดว่าการอยู่ในท้องปลาเป็นสิ่ง เลวร้าย แต่อาจเป็นสิ่งดีได้ “เรารู้ว่าพระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่ทรงเรียกมาตามพระประสงค์ของพระองค์นั้น” (รม. ๘.๒๘)                ๑)ความหมายท้องปลา (๑) อยู่ในสถานที่จำกัด หมดหนทาง จนตรอก ไม่มีทางหนีไปที่อื่นได้  (๒) ท้องปลาคือการอยู่นิ่งๆและรื้อฟื้นความทรงจำในอดีต คิดถึงการทรงเรียกของพระเจ้า และเป้าหมายที่แท้จริงสำหรับชีวิต  (๓) อยู่ในท้องปลาหมายถึงมีเวลาในการอธิษฐาน ใคร่ครวญ สำนึกผิดและสารภาพความผิดบาป และกลับใจเสียใหม่ (๒.๑-๑๐)                ๒)โอกาสอีกครั้ง ที่ ในท้องปลานั้น พระเจ้าทรงให้โอกาสแก่โยนาห์เป็นครั้งที่สอง แสดงถึงความรัก ความเมตตาและความอดทนของพระเจ้าจนถึงที่สุด    ตัวอย่าง : แม่ชม้อย ทิพย์โส เจ้าแม่แชร์ลูกโซ่ซึ่งติดคุกนานที่สุดถึง ๑๕๔,๐๐๕ ปี แต่ติดคุกจริงเพียงไม่กี่ปี ตอนนี้พ้นโทษแล้ว เพราะเธอทำความดีและได้รับการลดโทษ (อภัยโทษ)๒.โยนาห์ทำอะไรในท้องปลา?                ๑)ความรู้สึกของโยนาห์ในทางลบ (๒.๑-๙)คำถาม :  คุณเคยมีความรู้สึกเหมือนโยนาห์บ้างไหม? ท่านกล่าวว่าขณะอยู่ในท้องปลาได้รับความทุกข์ยากลำบากมากมาย เหมือนตกนรก “ข้าพระองค์ร้องทูลจากแดนคนตาย”  (๒.๒) ตกอยู่ในที่ลึกในมหาสมุทร หายใจไม่ค่อยออก รู้สึกห่างไกลจากพระเจ้า “ถูกเหวี่ยงให้พ้นจากพระพักตร์พระองค์” (๒.๔) มีจิตใจอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะอะไร (๒.๗) คนไทยบอกว่า “ช่างมันเถอะ ปล่อยไปตามเวรตามกรรมก็แล้วกัน”   ๒)ความรู้สึกของโยนาห์ในทางบวกอย่างแรกพระคัมภีร์บอกว่าโยนาห์อธิษฐาน “แล้วโยนาห์ก็อธิษฐานต่อพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของท่านภายในท้องปลานั้น..” (๒.๑) อย่างที่สองแทน ที่จะเงียบและมีใจขมขื่น แต่ท่าน “ร้องทูลต่อพระเจ้า” โดยมีความเชื่อว่าพระองค์จะทรงตอบ(๒.๑)  และกลับมาหาพระเจ้า “เงยหน้ามองดูพระวิหารอันบริสุทธิ์ของพระองค์ได้อีก”  (๒.๔)ตัวอย่างอิสยาห์ได้ สู้ความกับพระเจ้า (อสย.๑.๑๘)๓)กลับใจเสียใหม่“แต่ถึงกระนั้นก็ดี ข้าแต่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของข้าพระองค์ พระองค์ยังทรงนำชีวิตของข้าพระองค์ขึ้นจากปากแดนผู้ตาย” (๒.๖) ในขณะที่ไม่อยากอธิษฐานที่สุดนั้นโยนาห์ได้อธิษฐาน (๒.๗) การถวายเครื่องบูชา สัตวบูชาและการแก้บนคือการสารภาพความผิดบาปต่อพระเจ้า (๒.๙)๑ ยน. ๑.๙ พระสัญญาของพระเจ้าสำหรับคนที่กลับใจเสียใหม่ การสารภาพบาปต่อพระเจ้า คือ พูดเหมือนกับที่พระเจ้าตรัส  ยน. ๑.๑๒ กลับมามีฐานะดังเดิม “เป็นบุตรของพระเจ้า”ตัวอย่าง :  เออร์เนส แฮมมิ่งเวย์ได้เขียนนิยายเรื่อง “ปาโก้” เป็นเรื่องของสองพ่อลูกชาวสเปนที่ทะเลาะกันและลูกหนีออกจากบ้าน แต่ในเวลาต่อมาพ่อก็ยกโทษให้โดยโฆษณาลงในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นว่า “ปาโก้ กลับบ้านเถอะลูกรัก พ่อให้อภัยทุกอย่างแล้ว” โดยนัดพบกันที่หน้าร้านขายกาแฟแห่งหนึ่ง พอถึงวันเวลาดังกล่าว พ่อก็ต้องประหลาดใจ เพราะมีชายหนุ่มที่ชื่อปาโก้ถึง ๑๘ คนมารอพบเขาอยู่๓.เรื่องร้ายกลายเป็นดี                “และพระเจ้าตรัสสั่งปลานั้น มันก็สำรอกโยนาห์ไว้บนดินแห้ง” (๒.๑๐)                นี่เป็นการอัศจรรย์สุดๆเลย แสดงให้เห็นว่าปลาก็เชื่อพระเจ้ามากกว่าโยนาห์เสียอีก พระองค์บอกมันกลืนมันก็กลืน ให้คายออกก็คาย ส่วนโยนาห์บอกให้ลุกขึ้นไปนีนะเวห์ แต่เขากลับลุกหนีไปยังเมืองทารชิช (คนละทิศกับคำสั่งของพระเจ้า)                แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เมื่อโยนาห์กลับใจใหม่ “เรื่องร้ายกลับกลายเป็นดี”                รม. ๘.๒๘ “เรารู้ว่าพระเจ้าทรงคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่ได้ทรงเรียกมาตามพระประสงค์ของพระองค์นั้น”สรุป-          ท่านเคยมีประสบการณ์(หนี)เหมือนโยนาห์บ้างไหม?-           ขอให้ตระหนักว่า พระเจ้าทรงรักท่าน จะไม่ปล่อยท่านหลงหายไป-          ความรักของพระองค์เรียกร้องให้ท่านกลับมา “การเชื่อฟังก็ประเสริฐกว่าสิ่งใด”

คนของพระเจ้า

คนของพระเจ้า


คนของพระเจ้าโยนาห์บทที่ ๑.๓-๑๐คำนำ            ใน พระ คัมภีร์เดิม เราได้พบเรื่องราวของผู้ที่ถูกเรียก(ขนานนาม)ว่า “คนของพระเจ้า” มากมาย เช่น อับราฮัมคนของพระเจ้า, โมเสสคนของพระเจ้า, เอลียาห์-เอลีชาคนของพระเจ้า, เปโตร เปาโลและอัครสาวกล้วนเป็นคนของพระเจ้าทั้งสิ้น                ๑ ทธ. ๔.๖-๑๖ เปาโลได้ให้ “คำแนะนำที่ดีสำหรับผู้รับใช้ที่ดีของพระเยซูคริสต์” มากมายหลายประการในด้านการสอนและประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนทั่วไป  ๑ ทธ. ๖.๑๑ ท่านได้กล่าวแก่ “คนของพระเจ้า” ให้หลีกหนีเสียจากความบาปและมุ่งมั่นในความชอบธรรมของพระ เจ้า                โยนาห์ ๑.๙ ผู้เผยพระวจนะโยนาห์ยอมรับว่าตนเองเป็นคนของพระเจ้า”ข้าพเจ้าเป็นคนฮีบรู และข้าพเจ้ายำเกรงพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ผู้สร้างทะเลและแผ่นดิน แห้ง” ตรงนี้อาจมีหลายคนถามว่า โยนาห์พูดจริงไหม?    ๑.ผลเสียของการปฏิเสธการทรงเรียก            ๑)จ่าย ด้วยราคาแพง  “โยนาห์ลงไปยังเมืองยัฟฟา และพบเรือกำปั่นลำหนึ่งกำลังไปเมืองทารชิช ดังนั้นท่านจึงชำระค่าโดยสารและขึ้นเรือร่วมเดินทางไปกับเขาทั้งหลายไปยัง เมืองทารชิช เพื่อให้พ้นจากพระพักตร์ของพระเจ้า” (๑.๓)                “ค่าโดยสารเรือเท่าไหร่ก็ยอมจ่าย” ข้อสังเกต : คนที่ไม่อยากฟังเสียงของพระเจ้า นอกจากจะปิดหูแล้ว มักจะยอมจ่ายบางสิ่งบางหนึ่ง เพื่อชดเชยในชีวิต จ่ายเงินเพื่อความสะดวกสบาย กินอยู่อย่างหรูหรา ซื้อของฟุ่มเฟือย เน้นไปที่ “วัตถุนิยม”                  ๒)เกิดพายุใหญ่ “แล้วพระเจ้าทรงขับกระแสลมใหญ่ขึ้นเหนือทะเล จึงเกิดพายุใหญ่ในทะเลนั้น จึงน่ากลัวว่าเรือกำปั่นจะอับปาง” (๑.๔) ฉบับประชานิยม “แต่พระเจ้าทรงให้ลมแรงในทะเล พายุพัดจัดจนเรือจวนละล่มอยู่แล้ว”                เหตุการณ์ไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะธรรมชาติของดินฟ้าอากาศและฤดูกาล แต่เนื่องจากมีคนหนึ่ง “ที่ไม่เชื่อพระเจ้า” อยู่ร่วมในหมู่พวกเขา นี่กลายเป็นว่าคริสเตียนเป็นตัวก่อปัญหา                 ๓)ผู้คนเดือดร้อนและ ทรัพย์สินเสียหาย “แล้วบรรดาลูกเรือก็กลัว ต่างก็ร้องขอต่อพระของตน และเขาได้โยนสินค้าในเรือกำปั่นลงทะเล เพื่อให้กำปั่นเบาขึ้น” (๑.๕)                เป็นได้ที่คนของพระเจ้าก่อให้เกิดวุ่นวายในสังคม เมื่อเขาแทนที่จะมุ่งไปที่การประกาศข่าวประเสริฐของพระคริสต์ นำคนมาถึงความรอด แต่เน้นไปที่เสรีภาพและความเสมอภาคของคนในสังคม หรือฝักใฝ่การเมือง และ “เสื้อสี”ตัวอย่าง : มีคริสเตียนเสื้อสีบางคนที่ฝักใฝ่การเมืองเข้ากระดูกดำ และเห็นด้วยกับการทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม๒.โยนาห์นอนหลับ            “แต่ โย นาห์เข้าไปข้างในเรือ นอนลงและหลับสนิท นายเรือจึงมาหาท่านและกล่าวว่า เจ้าคนขี้เซาเอ๋ย อย่างไรกันนี่ ลุกขึ้นซิ จงร้องทูลขอต่อพระเจ้าของเจ้า ชะรอยพระเจ้านั้นจะทรงระลึกถึงพวกเราบ้าง เราจะไม่ได้พินาศ” (๑.๖)                หลับสนิท ส่วนมากจะเป็นการอาการของ หนึ่งคนที่เหนื่อยล้า(ผวฉ.๔.๒๑) สองคนที่ไม่สนใจใยดีอะไร หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สามเป็นอาการของคนอยากจะหนีปัญหา คนไทยว่า “นอนหลับไม่รู้ นอนคู้ไม่เห็น”                ข้อคิด : คนที่หลับสนิทแล้วดีคืออาดัม (ปฐก. ๒.๒๑)                พระคัมภีร์กล่าวถึงการหลับฝ่ายวิญญาณ “นอกจากนั้นท่านควรจะรู้กาลสมัยว่า เป็นเวลาที่ควรจะตื่นจากหลับแล้ว” (รม ๑๓.๑๑) นี่เตือนคนขี้เกียจเมื่อไหร่จะลุกขึ้นจากหลับ (๖.๙) คนที่หลับอยู่จงตื่นขึ้น (อฟ. ๕.๑๔) อย่าให้เราหลับเหมือนอย่างที่คนอื่นหลับ (๑ ธส. ๕.๖)                ท่าทีของพระเยซูต่อพายุ “ทรงลุกขึ้นและห้ามลม” (มก. ๔.๓๙) ท่าทีของคริสเตียนต่อปัญหาคือสงบและอธิษฐานเหมือนกับคริสเตียนชาวโมเรเวีย นเจอพายุกลางทะเล เขา มีใจสงบและเป็นเหตุนำคนมารับเชื่อพระเยซูคริสต์๓.โยนาห์อ้างเป็นคนของพระ เจ้า                ชาวเรือสงสัยว่า ใครเป็นต้นเหตุทำให้เกิดภัยพิบัติในทะเล “เขาจึงพูดกับโยนาห์ว่า จงบอกเรามาเถิดว่า ภัยซึ่งเกิดขึ้นแก่เรานี้ ใครเป็นต้นเหตุ เจ้าหากินทางไหนและเจ้ามาจากไหน ประเทศของเจ้าชื่ออะไร เจ้าเป็นคนชาติไหน?” (๑.๘)ข้อสังเกต : โยนาห์ตอบไหมว่า ผมหนีจากทางของพระเจ้า ผมไม่อยากรับใช้พระองค์ ผมเป็นต้นเหตุภัยพิบัติ!!            ๑)ข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น “ท่าน จึงตอบเขาว่า ข้าพเจ้าเป็นคนฮีบรู และข้าพเจ้ายำเกรงพระเยโฮวาห์ พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ผู้สร้างทะเลและแผ่นดินแห้ง” (๑.๙)  บทเรียน ข้อแรกพอฟังได้ ผู้คนรู้ว่าคนฮีบรูคือผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร โดยมีอับราฮัมเป็นต้นตระกูล ข้อที่สอง “ฟังไม่ขึ้น” คน(คริสเตียนแท้)ที่เกรงกลัวพระเจ้าจริงๆจะไม่หนีการทรงเรียก จะไม่นอนหลับจะไม่ก่อความเดือดร้อนให้ใครและยอมรับรู้เหตุการณ์ที่เกิด ขึ้น                ๒)ผู้คนรู้จักคริสเตียน ดี “คนทั้งปวงก็กลัวยิ่งนัก จึงถามท่านว่า ท่านทำอะไรเช่นนี้หนอ? เพราะคนเหล่านั้นทราบแล้วว่า ท่านหลบหนีจากพระพักตร์พระเจ้า เพราะท่านบอกเขาเช่นนั้น” (๑.๑๐)                บางทีเราไม่ต้องบอกว่าเราเป็นคริสเตียน แต่ผู้คนจะรู้จักดีว่าเราเป็นใคร?  ความประพฤติสอดคล้องกับคำพูดหรือไม่!  รม. ๒.๒๑-๒๔ สอนคนอื่นตัวเองทำหรือไม่  “คนต่างชาติพูดหยาบหยาบพระนามพระเจ้าก็เพราะท่านทั้งหลาย”นี่หรือคริสเตียน! ตัวอย่าง : ที่ภาคอีสานมีผู้นำคริสเตียนคนหนึ่งโกงบ้าน ที่ดินของมิชชันนารีที่ชัยภูมิ ชนิดที่คนไม่เชื่อก็ยังไม่ทำกันเลย                มธ. ๗.๒๑-๒๓ พระเยซูตรัสว่า “มิใช่ทุกคนที่จะได้เข้าสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามน้ำพระทัยของพระเจ้าเท่านั้นที่จะเข้าได้”๔.ลักษณะคนของ พระเจ้า                ๑)ผู้รับใช้ที่ดี (๑ ทธ. ๔.๖-๑๖) เติบโตขึ้นในความเชื่อ ยึดมั่นในหลักธรรม มีความทรหดอดทน มีความหวังใจเป็นแบบอย่างแก่คนทั้งปวงที่เชื่อในทุกด้าน (ดูข้อ ๑๑-๑๔) เอาใจใส่ตนเองคำและคำสอนของตนเอง “อย่าสอนอย่างและทำอีกอย่างหนึ่ง”                ๒)คนของพระเจ้า (๑ ทธ. ๑๑-๒๐) เปาโลบอกแก่ทิโมธีว่า ให้มุ่งมั่นในทางชองพระเจ้า มีความเชื่อ ความรัก ความอดทน มีความสุภาพอ่อนน้อมโดยยึดเอาพระเยซูคริสต์เป็นแบบอย่าง อย่ามุ่งหวังในทรัพย์สินของโลกนี้(อย่าโลภ) ให้มีใจเผื่อแผ่และทำดีมากๆสรุป-          โยนาห์มีจุดบกพร่องหลายอย่างที่เราไม่ควรเลียนแบบอย่าง-          แต่จงเลียนแบบอย่างจากผู้รับใช้ที่ของพระเยซูคริสต์