คนของพระเจ้า
คนของพระเจ้าโยนาห์บทที่ ๑.๓-๑๐คำนำ ใน พระ คัมภีร์เดิม เราได้พบเรื่องราวของผู้ที่ถูกเรียก(ขนานนาม)ว่า “คนของพระเจ้า” มากมาย เช่น อับราฮัมคนของพระเจ้า, โมเสสคนของพระเจ้า, เอลียาห์-เอลีชาคนของพระเจ้า, เปโตร เปาโลและอัครสาวกล้วนเป็นคนของพระเจ้าทั้งสิ้น ๑ ทธ. ๔.๖-๑๖ เปาโลได้ให้ “คำแนะนำที่ดีสำหรับผู้รับใช้ที่ดีของพระเยซูคริสต์” มากมายหลายประการในด้านการสอนและประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนทั่วไป ๑ ทธ. ๖.๑๑ ท่านได้กล่าวแก่ “คนของพระเจ้า” ให้หลีกหนีเสียจากความบาปและมุ่งมั่นในความชอบธรรมของพระ เจ้า โยนาห์ ๑.๙ ผู้เผยพระวจนะโยนาห์ยอมรับว่าตนเองเป็นคนของพระเจ้า”ข้าพเจ้าเป็นคนฮีบรู และข้าพเจ้ายำเกรงพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ผู้สร้างทะเลและแผ่นดิน แห้ง” ตรงนี้อาจมีหลายคนถามว่า โยนาห์พูดจริงไหม? ๑.ผลเสียของการปฏิเสธการทรงเรียก ๑)จ่าย ด้วยราคาแพง “โยนาห์ลงไปยังเมืองยัฟฟา และพบเรือกำปั่นลำหนึ่งกำลังไปเมืองทารชิช ดังนั้นท่านจึงชำระค่าโดยสารและขึ้นเรือร่วมเดินทางไปกับเขาทั้งหลายไปยัง เมืองทารชิช เพื่อให้พ้นจากพระพักตร์ของพระเจ้า” (๑.๓) “ค่าโดยสารเรือเท่าไหร่ก็ยอมจ่าย” ข้อสังเกต : คนที่ไม่อยากฟังเสียงของพระเจ้า นอกจากจะปิดหูแล้ว มักจะยอมจ่ายบางสิ่งบางหนึ่ง เพื่อชดเชยในชีวิต จ่ายเงินเพื่อความสะดวกสบาย กินอยู่อย่างหรูหรา ซื้อของฟุ่มเฟือย เน้นไปที่ “วัตถุนิยม” ๒)เกิดพายุใหญ่ “แล้วพระเจ้าทรงขับกระแสลมใหญ่ขึ้นเหนือทะเล จึงเกิดพายุใหญ่ในทะเลนั้น จึงน่ากลัวว่าเรือกำปั่นจะอับปาง” (๑.๔) ฉบับประชานิยม “แต่พระเจ้าทรงให้ลมแรงในทะเล พายุพัดจัดจนเรือจวนละล่มอยู่แล้ว” เหตุการณ์ไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะธรรมชาติของดินฟ้าอากาศและฤดูกาล แต่เนื่องจากมีคนหนึ่ง “ที่ไม่เชื่อพระเจ้า” อยู่ร่วมในหมู่พวกเขา นี่กลายเป็นว่าคริสเตียนเป็นตัวก่อปัญหา ๓)ผู้คนเดือดร้อนและ ทรัพย์สินเสียหาย “แล้วบรรดาลูกเรือก็กลัว ต่างก็ร้องขอต่อพระของตน และเขาได้โยนสินค้าในเรือกำปั่นลงทะเล เพื่อให้กำปั่นเบาขึ้น” (๑.๕) เป็นได้ที่คนของพระเจ้าก่อให้เกิดวุ่นวายในสังคม เมื่อเขาแทนที่จะมุ่งไปที่การประกาศข่าวประเสริฐของพระคริสต์ นำคนมาถึงความรอด แต่เน้นไปที่เสรีภาพและความเสมอภาคของคนในสังคม หรือฝักใฝ่การเมือง และ “เสื้อสี”ตัวอย่าง : มีคริสเตียนเสื้อสีบางคนที่ฝักใฝ่การเมืองเข้ากระดูกดำ และเห็นด้วยกับการทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม๒.โยนาห์นอนหลับ “แต่ โย นาห์เข้าไปข้างในเรือ นอนลงและหลับสนิท นายเรือจึงมาหาท่านและกล่าวว่า เจ้าคนขี้เซาเอ๋ย อย่างไรกันนี่ ลุกขึ้นซิ จงร้องทูลขอต่อพระเจ้าของเจ้า ชะรอยพระเจ้านั้นจะทรงระลึกถึงพวกเราบ้าง เราจะไม่ได้พินาศ” (๑.๖) หลับสนิท ส่วนมากจะเป็นการอาการของ หนึ่งคนที่เหนื่อยล้า(ผวฉ.๔.๒๑) สองคนที่ไม่สนใจใยดีอะไร หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สามเป็นอาการของคนอยากจะหนีปัญหา คนไทยว่า “นอนหลับไม่รู้ นอนคู้ไม่เห็น” ข้อคิด : คนที่หลับสนิทแล้วดีคืออาดัม (ปฐก. ๒.๒๑) พระคัมภีร์กล่าวถึงการหลับฝ่ายวิญญาณ “นอกจากนั้นท่านควรจะรู้กาลสมัยว่า เป็นเวลาที่ควรจะตื่นจากหลับแล้ว” (รม ๑๓.๑๑) นี่เตือนคนขี้เกียจเมื่อไหร่จะลุกขึ้นจากหลับ (๖.๙) คนที่หลับอยู่จงตื่นขึ้น (อฟ. ๕.๑๔) อย่าให้เราหลับเหมือนอย่างที่คนอื่นหลับ (๑ ธส. ๕.๖) ท่าทีของพระเยซูต่อพายุ “ทรงลุกขึ้นและห้ามลม” (มก. ๔.๓๙) ท่าทีของคริสเตียนต่อปัญหาคือสงบและอธิษฐานเหมือนกับคริสเตียนชาวโมเรเวีย นเจอพายุกลางทะเล เขา มีใจสงบและเป็นเหตุนำคนมารับเชื่อพระเยซูคริสต์๓.โยนาห์อ้างเป็นคนของพระ เจ้า ชาวเรือสงสัยว่า ใครเป็นต้นเหตุทำให้เกิดภัยพิบัติในทะเล “เขาจึงพูดกับโยนาห์ว่า จงบอกเรามาเถิดว่า ภัยซึ่งเกิดขึ้นแก่เรานี้ ใครเป็นต้นเหตุ เจ้าหากินทางไหนและเจ้ามาจากไหน ประเทศของเจ้าชื่ออะไร เจ้าเป็นคนชาติไหน?” (๑.๘)ข้อสังเกต : โยนาห์ตอบไหมว่า ผมหนีจากทางของพระเจ้า ผมไม่อยากรับใช้พระองค์ ผมเป็นต้นเหตุภัยพิบัติ!! ๑)ข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น “ท่าน จึงตอบเขาว่า ข้าพเจ้าเป็นคนฮีบรู และข้าพเจ้ายำเกรงพระเยโฮวาห์ พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ผู้สร้างทะเลและแผ่นดินแห้ง” (๑.๙) บทเรียน ข้อแรกพอฟังได้ ผู้คนรู้ว่าคนฮีบรูคือผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร โดยมีอับราฮัมเป็นต้นตระกูล ข้อที่สอง “ฟังไม่ขึ้น” คน(คริสเตียนแท้)ที่เกรงกลัวพระเจ้าจริงๆจะไม่หนีการทรงเรียก จะไม่นอนหลับจะไม่ก่อความเดือดร้อนให้ใครและยอมรับรู้เหตุการณ์ที่เกิด ขึ้น ๒)ผู้คนรู้จักคริสเตียน ดี “คนทั้งปวงก็กลัวยิ่งนัก จึงถามท่านว่า ท่านทำอะไรเช่นนี้หนอ? เพราะคนเหล่านั้นทราบแล้วว่า ท่านหลบหนีจากพระพักตร์พระเจ้า เพราะท่านบอกเขาเช่นนั้น” (๑.๑๐) บางทีเราไม่ต้องบอกว่าเราเป็นคริสเตียน แต่ผู้คนจะรู้จักดีว่าเราเป็นใคร? ความประพฤติสอดคล้องกับคำพูดหรือไม่! รม. ๒.๒๑-๒๔ สอนคนอื่นตัวเองทำหรือไม่ “คนต่างชาติพูดหยาบหยาบพระนามพระเจ้าก็เพราะท่านทั้งหลาย”นี่หรือคริสเตียน! ตัวอย่าง : ที่ภาคอีสานมีผู้นำคริสเตียนคนหนึ่งโกงบ้าน ที่ดินของมิชชันนารีที่ชัยภูมิ ชนิดที่คนไม่เชื่อก็ยังไม่ทำกันเลย มธ. ๗.๒๑-๒๓ พระเยซูตรัสว่า “มิใช่ทุกคนที่จะได้เข้าสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามน้ำพระทัยของพระเจ้าเท่านั้นที่จะเข้าได้”๔.ลักษณะคนของ พระเจ้า ๑)ผู้รับใช้ที่ดี (๑ ทธ. ๔.๖-๑๖) เติบโตขึ้นในความเชื่อ ยึดมั่นในหลักธรรม มีความทรหดอดทน มีความหวังใจเป็นแบบอย่างแก่คนทั้งปวงที่เชื่อในทุกด้าน (ดูข้อ ๑๑-๑๔) เอาใจใส่ตนเองคำและคำสอนของตนเอง “อย่าสอนอย่างและทำอีกอย่างหนึ่ง” ๒)คนของพระเจ้า (๑ ทธ. ๑๑-๒๐) เปาโลบอกแก่ทิโมธีว่า ให้มุ่งมั่นในทางชองพระเจ้า มีความเชื่อ ความรัก ความอดทน มีความสุภาพอ่อนน้อมโดยยึดเอาพระเยซูคริสต์เป็นแบบอย่าง อย่ามุ่งหวังในทรัพย์สินของโลกนี้(อย่าโลภ) ให้มีใจเผื่อแผ่และทำดีมากๆสรุป- โยนาห์มีจุดบกพร่องหลายอย่างที่เราไม่ควรเลียนแบบอย่าง- แต่จงเลียนแบบอย่างจากผู้รับใช้ที่ของพระเยซูคริสต์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น