หน้าเว็บ

ปลา

ในท้องปลามหึมา
โยนาห์บทที่ ๑.๑๕-๒.๑๐


คำ นำ                “แล้วพระเจ้าทรงกำหนดให้ปลามหึมาตัวหนึ่ง กลืนโยนาห์เข้าไป โยนาห์ก็อยู่ในท้องปลานั้นสามวันสามคืน” (โยนาห์ ๑.๑๗) ฉบับอมตธรรมว่า “ปลาใหญ่” ฉบับ NIV “a great fish” ฉบับประชานิยม “พระเจ้าสั่งให้ปลาใหญ่มาฮุบโยนาห์ไว้”  เนื้อหาสาระสำคัญของพระธรรมโยนาห์คือ (๑) การสำแดงพระลักษณะที่ยอดเยี่ยมของพระเจ้า (๒) พระคุณของพระองค์  (ดู อฟ. ๒.๘-๙) พระเจ้ามิใช่รักเฉพาะคนดี(ยิว)เท่านั้น แต่ทรงรักคนบาป(ต่างชาติ)ด้วย                หลายคนและและเข้าใจว่า พระธรรมโยนาห์เป็นนิทานสอนใจของชาวยิว เป็นเรื่องคล้ายนิยายที่ไม่มีมูลความจริงและเล่าต่อๆกันมา แต่งเติมแบบ “ตีไข่ใส่สี” ให้มันตื่นเต้นและสนุกสนาน ตัวอย่าง : มีเรื่องเล่าว่า หญิงคริสเตียนคนหนึ่งขึ้นเครื่องบิน และเอาพระคัมภีร์ออกมาอ่าน ชายคนที่นั่งข้างๆก็ถามว่า “คุณอ่านหนังสืออะไร?” เธอตอบว่า “พระคัมภีร์ค่ะ”                “คุณเชื่อหนังสือเล่มนี้จริงๆหรือ?” เขาถาม หญิงคริสเตียนพยักหน้า “คุณเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์เลยหรือ แม้แต่เรื่องโยนาห์ที่อยู่ในท้องปลาสามวันสามคืนนั้นนะ?”                เธอพยักหน้าอีก เขาจึงถามอีกว่า “โยนาห์อยู่ได้ยังไงในท้องปลาอย่างนั้น?”  เธอตอบว่า “ใม่ทราบค่ะ ไว้ดิฉันเจอโยนาห์ที่สวรรค์จะถามให้ก็ได้ค่ะ”                “ถ้าไม่พบโยนาห์ที่สวรรค์ล่ะ?” เขาไม่ลดละ                “งั้น คุณก็ถามเอาเองก็แล้วกัน” เธอตอบ                ???!!๑.ที่มาของปัญหาและความทุกข์                 ศาสนาดั้งเดิมของเราสอนเรื่องความทุกข์ เหตุแห่งทุกข์และการกำจัดความทุกข์ เป็นเรื่องเศร้า (แต่คริสเตียนสอนเรื่องความรัก การให้อภัยและสันติสุข เหตุที่มาของความรัก การให้อภัยและสันติสุข และวิธีที่จะรับเอาทั้งสามสิ่งเหล่านี้) และเป็นเรื่องความชื่นชมยินดี พระคัมภีร์สอนดังนี้...                ๑)ปัญหาและความทุกข์มาจากผีมารซาตานเป็นต้นเหตุ “การทดลอง” (ปฐก. ๓)                ๒)ปัญหาและความทุกข์มาจากการทดสอบของพระเจ้า “การทดสอบ” (๑ คร.๑๐.๑๒)                 ๓)ปัญหาและความทุกข์มาจากตนเองส๒.ในท้องปลา                ในที่สุดคนที่ก่อปัญหาความเดือดร้อนก็ถูกกะลาลีเรือจับโยนลงทะเล ขอให้สังเกตว่า “พายุในทะเลก็สงบลงทันที” (๑.๑๕) แต่เรื่องของโยนาห์ยังไม่จบ “พระเจ้าทรงกำหนดให้ปลามหึมาตัวหนึ่งกลืนโยนาห์เข้าไป โยนาห์อยู่ในท้องปลานั้นสาวันสามคืน” (๑.๑๗)บางคนคิดว่าการอยู่ในท้องปลาเป็นสิ่ง เลวร้าย แต่อาจเป็นสิ่งดีได้ “เรารู้ว่าพระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่ทรงเรียกมาตามพระประสงค์ของพระองค์นั้น” (รม. ๘.๒๘)                ๑)ความหมายท้องปลา (๑) อยู่ในสถานที่จำกัด หมดหนทาง จนตรอก ไม่มีทางหนีไปที่อื่นได้  (๒) ท้องปลาคือการอยู่นิ่งๆและรื้อฟื้นความทรงจำในอดีต คิดถึงการทรงเรียกของพระเจ้า และเป้าหมายที่แท้จริงสำหรับชีวิต  (๓) อยู่ในท้องปลาหมายถึงมีเวลาในการอธิษฐาน ใคร่ครวญ สำนึกผิดและสารภาพความผิดบาป และกลับใจเสียใหม่ (๒.๑-๑๐)                ๒)โอกาสอีกครั้ง ที่ ในท้องปลานั้น พระเจ้าทรงให้โอกาสแก่โยนาห์เป็นครั้งที่สอง แสดงถึงความรัก ความเมตตาและความอดทนของพระเจ้าจนถึงที่สุด    ตัวอย่าง : แม่ชม้อย ทิพย์โส เจ้าแม่แชร์ลูกโซ่ซึ่งติดคุกนานที่สุดถึง ๑๕๔,๐๐๕ ปี แต่ติดคุกจริงเพียงไม่กี่ปี ตอนนี้พ้นโทษแล้ว เพราะเธอทำความดีและได้รับการลดโทษ (อภัยโทษ)๒.โยนาห์ทำอะไรในท้องปลา?                ๑)ความรู้สึกของโยนาห์ในทางลบ (๒.๑-๙)คำถาม :  คุณเคยมีความรู้สึกเหมือนโยนาห์บ้างไหม? ท่านกล่าวว่าขณะอยู่ในท้องปลาได้รับความทุกข์ยากลำบากมากมาย เหมือนตกนรก “ข้าพระองค์ร้องทูลจากแดนคนตาย”  (๒.๒) ตกอยู่ในที่ลึกในมหาสมุทร หายใจไม่ค่อยออก รู้สึกห่างไกลจากพระเจ้า “ถูกเหวี่ยงให้พ้นจากพระพักตร์พระองค์” (๒.๔) มีจิตใจอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะอะไร (๒.๗) คนไทยบอกว่า “ช่างมันเถอะ ปล่อยไปตามเวรตามกรรมก็แล้วกัน”   ๒)ความรู้สึกของโยนาห์ในทางบวกอย่างแรกพระคัมภีร์บอกว่าโยนาห์อธิษฐาน “แล้วโยนาห์ก็อธิษฐานต่อพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของท่านภายในท้องปลานั้น..” (๒.๑) อย่างที่สองแทน ที่จะเงียบและมีใจขมขื่น แต่ท่าน “ร้องทูลต่อพระเจ้า” โดยมีความเชื่อว่าพระองค์จะทรงตอบ(๒.๑)  และกลับมาหาพระเจ้า “เงยหน้ามองดูพระวิหารอันบริสุทธิ์ของพระองค์ได้อีก”  (๒.๔)ตัวอย่างอิสยาห์ได้ สู้ความกับพระเจ้า (อสย.๑.๑๘)๓)กลับใจเสียใหม่“แต่ถึงกระนั้นก็ดี ข้าแต่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของข้าพระองค์ พระองค์ยังทรงนำชีวิตของข้าพระองค์ขึ้นจากปากแดนผู้ตาย” (๒.๖) ในขณะที่ไม่อยากอธิษฐานที่สุดนั้นโยนาห์ได้อธิษฐาน (๒.๗) การถวายเครื่องบูชา สัตวบูชาและการแก้บนคือการสารภาพความผิดบาปต่อพระเจ้า (๒.๙)๑ ยน. ๑.๙ พระสัญญาของพระเจ้าสำหรับคนที่กลับใจเสียใหม่ การสารภาพบาปต่อพระเจ้า คือ พูดเหมือนกับที่พระเจ้าตรัส  ยน. ๑.๑๒ กลับมามีฐานะดังเดิม “เป็นบุตรของพระเจ้า”ตัวอย่าง :  เออร์เนส แฮมมิ่งเวย์ได้เขียนนิยายเรื่อง “ปาโก้” เป็นเรื่องของสองพ่อลูกชาวสเปนที่ทะเลาะกันและลูกหนีออกจากบ้าน แต่ในเวลาต่อมาพ่อก็ยกโทษให้โดยโฆษณาลงในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นว่า “ปาโก้ กลับบ้านเถอะลูกรัก พ่อให้อภัยทุกอย่างแล้ว” โดยนัดพบกันที่หน้าร้านขายกาแฟแห่งหนึ่ง พอถึงวันเวลาดังกล่าว พ่อก็ต้องประหลาดใจ เพราะมีชายหนุ่มที่ชื่อปาโก้ถึง ๑๘ คนมารอพบเขาอยู่๓.เรื่องร้ายกลายเป็นดี                “และพระเจ้าตรัสสั่งปลานั้น มันก็สำรอกโยนาห์ไว้บนดินแห้ง” (๒.๑๐)                นี่เป็นการอัศจรรย์สุดๆเลย แสดงให้เห็นว่าปลาก็เชื่อพระเจ้ามากกว่าโยนาห์เสียอีก พระองค์บอกมันกลืนมันก็กลืน ให้คายออกก็คาย ส่วนโยนาห์บอกให้ลุกขึ้นไปนีนะเวห์ แต่เขากลับลุกหนีไปยังเมืองทารชิช (คนละทิศกับคำสั่งของพระเจ้า)                แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เมื่อโยนาห์กลับใจใหม่ “เรื่องร้ายกลับกลายเป็นดี”                รม. ๘.๒๘ “เรารู้ว่าพระเจ้าทรงคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่ได้ทรงเรียกมาตามพระประสงค์ของพระองค์นั้น”สรุป-          ท่านเคยมีประสบการณ์(หนี)เหมือนโยนาห์บ้างไหม?-           ขอให้ตระหนักว่า พระเจ้าทรงรักท่าน จะไม่ปล่อยท่านหลงหายไป-          ความรักของพระองค์เรียกร้องให้ท่านกลับมา “การเชื่อฟังก็ประเสริฐกว่าสิ่งใด”

คนของพระเจ้า

คนของพระเจ้า


คนของพระเจ้าโยนาห์บทที่ ๑.๓-๑๐คำนำ            ใน พระ คัมภีร์เดิม เราได้พบเรื่องราวของผู้ที่ถูกเรียก(ขนานนาม)ว่า “คนของพระเจ้า” มากมาย เช่น อับราฮัมคนของพระเจ้า, โมเสสคนของพระเจ้า, เอลียาห์-เอลีชาคนของพระเจ้า, เปโตร เปาโลและอัครสาวกล้วนเป็นคนของพระเจ้าทั้งสิ้น                ๑ ทธ. ๔.๖-๑๖ เปาโลได้ให้ “คำแนะนำที่ดีสำหรับผู้รับใช้ที่ดีของพระเยซูคริสต์” มากมายหลายประการในด้านการสอนและประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนทั่วไป  ๑ ทธ. ๖.๑๑ ท่านได้กล่าวแก่ “คนของพระเจ้า” ให้หลีกหนีเสียจากความบาปและมุ่งมั่นในความชอบธรรมของพระ เจ้า                โยนาห์ ๑.๙ ผู้เผยพระวจนะโยนาห์ยอมรับว่าตนเองเป็นคนของพระเจ้า”ข้าพเจ้าเป็นคนฮีบรู และข้าพเจ้ายำเกรงพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ผู้สร้างทะเลและแผ่นดิน แห้ง” ตรงนี้อาจมีหลายคนถามว่า โยนาห์พูดจริงไหม?    ๑.ผลเสียของการปฏิเสธการทรงเรียก            ๑)จ่าย ด้วยราคาแพง  “โยนาห์ลงไปยังเมืองยัฟฟา และพบเรือกำปั่นลำหนึ่งกำลังไปเมืองทารชิช ดังนั้นท่านจึงชำระค่าโดยสารและขึ้นเรือร่วมเดินทางไปกับเขาทั้งหลายไปยัง เมืองทารชิช เพื่อให้พ้นจากพระพักตร์ของพระเจ้า” (๑.๓)                “ค่าโดยสารเรือเท่าไหร่ก็ยอมจ่าย” ข้อสังเกต : คนที่ไม่อยากฟังเสียงของพระเจ้า นอกจากจะปิดหูแล้ว มักจะยอมจ่ายบางสิ่งบางหนึ่ง เพื่อชดเชยในชีวิต จ่ายเงินเพื่อความสะดวกสบาย กินอยู่อย่างหรูหรา ซื้อของฟุ่มเฟือย เน้นไปที่ “วัตถุนิยม”                  ๒)เกิดพายุใหญ่ “แล้วพระเจ้าทรงขับกระแสลมใหญ่ขึ้นเหนือทะเล จึงเกิดพายุใหญ่ในทะเลนั้น จึงน่ากลัวว่าเรือกำปั่นจะอับปาง” (๑.๔) ฉบับประชานิยม “แต่พระเจ้าทรงให้ลมแรงในทะเล พายุพัดจัดจนเรือจวนละล่มอยู่แล้ว”                เหตุการณ์ไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะธรรมชาติของดินฟ้าอากาศและฤดูกาล แต่เนื่องจากมีคนหนึ่ง “ที่ไม่เชื่อพระเจ้า” อยู่ร่วมในหมู่พวกเขา นี่กลายเป็นว่าคริสเตียนเป็นตัวก่อปัญหา                 ๓)ผู้คนเดือดร้อนและ ทรัพย์สินเสียหาย “แล้วบรรดาลูกเรือก็กลัว ต่างก็ร้องขอต่อพระของตน และเขาได้โยนสินค้าในเรือกำปั่นลงทะเล เพื่อให้กำปั่นเบาขึ้น” (๑.๕)                เป็นได้ที่คนของพระเจ้าก่อให้เกิดวุ่นวายในสังคม เมื่อเขาแทนที่จะมุ่งไปที่การประกาศข่าวประเสริฐของพระคริสต์ นำคนมาถึงความรอด แต่เน้นไปที่เสรีภาพและความเสมอภาคของคนในสังคม หรือฝักใฝ่การเมือง และ “เสื้อสี”ตัวอย่าง : มีคริสเตียนเสื้อสีบางคนที่ฝักใฝ่การเมืองเข้ากระดูกดำ และเห็นด้วยกับการทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม๒.โยนาห์นอนหลับ            “แต่ โย นาห์เข้าไปข้างในเรือ นอนลงและหลับสนิท นายเรือจึงมาหาท่านและกล่าวว่า เจ้าคนขี้เซาเอ๋ย อย่างไรกันนี่ ลุกขึ้นซิ จงร้องทูลขอต่อพระเจ้าของเจ้า ชะรอยพระเจ้านั้นจะทรงระลึกถึงพวกเราบ้าง เราจะไม่ได้พินาศ” (๑.๖)                หลับสนิท ส่วนมากจะเป็นการอาการของ หนึ่งคนที่เหนื่อยล้า(ผวฉ.๔.๒๑) สองคนที่ไม่สนใจใยดีอะไร หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สามเป็นอาการของคนอยากจะหนีปัญหา คนไทยว่า “นอนหลับไม่รู้ นอนคู้ไม่เห็น”                ข้อคิด : คนที่หลับสนิทแล้วดีคืออาดัม (ปฐก. ๒.๒๑)                พระคัมภีร์กล่าวถึงการหลับฝ่ายวิญญาณ “นอกจากนั้นท่านควรจะรู้กาลสมัยว่า เป็นเวลาที่ควรจะตื่นจากหลับแล้ว” (รม ๑๓.๑๑) นี่เตือนคนขี้เกียจเมื่อไหร่จะลุกขึ้นจากหลับ (๖.๙) คนที่หลับอยู่จงตื่นขึ้น (อฟ. ๕.๑๔) อย่าให้เราหลับเหมือนอย่างที่คนอื่นหลับ (๑ ธส. ๕.๖)                ท่าทีของพระเยซูต่อพายุ “ทรงลุกขึ้นและห้ามลม” (มก. ๔.๓๙) ท่าทีของคริสเตียนต่อปัญหาคือสงบและอธิษฐานเหมือนกับคริสเตียนชาวโมเรเวีย นเจอพายุกลางทะเล เขา มีใจสงบและเป็นเหตุนำคนมารับเชื่อพระเยซูคริสต์๓.โยนาห์อ้างเป็นคนของพระ เจ้า                ชาวเรือสงสัยว่า ใครเป็นต้นเหตุทำให้เกิดภัยพิบัติในทะเล “เขาจึงพูดกับโยนาห์ว่า จงบอกเรามาเถิดว่า ภัยซึ่งเกิดขึ้นแก่เรานี้ ใครเป็นต้นเหตุ เจ้าหากินทางไหนและเจ้ามาจากไหน ประเทศของเจ้าชื่ออะไร เจ้าเป็นคนชาติไหน?” (๑.๘)ข้อสังเกต : โยนาห์ตอบไหมว่า ผมหนีจากทางของพระเจ้า ผมไม่อยากรับใช้พระองค์ ผมเป็นต้นเหตุภัยพิบัติ!!            ๑)ข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น “ท่าน จึงตอบเขาว่า ข้าพเจ้าเป็นคนฮีบรู และข้าพเจ้ายำเกรงพระเยโฮวาห์ พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ผู้สร้างทะเลและแผ่นดินแห้ง” (๑.๙)  บทเรียน ข้อแรกพอฟังได้ ผู้คนรู้ว่าคนฮีบรูคือผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร โดยมีอับราฮัมเป็นต้นตระกูล ข้อที่สอง “ฟังไม่ขึ้น” คน(คริสเตียนแท้)ที่เกรงกลัวพระเจ้าจริงๆจะไม่หนีการทรงเรียก จะไม่นอนหลับจะไม่ก่อความเดือดร้อนให้ใครและยอมรับรู้เหตุการณ์ที่เกิด ขึ้น                ๒)ผู้คนรู้จักคริสเตียน ดี “คนทั้งปวงก็กลัวยิ่งนัก จึงถามท่านว่า ท่านทำอะไรเช่นนี้หนอ? เพราะคนเหล่านั้นทราบแล้วว่า ท่านหลบหนีจากพระพักตร์พระเจ้า เพราะท่านบอกเขาเช่นนั้น” (๑.๑๐)                บางทีเราไม่ต้องบอกว่าเราเป็นคริสเตียน แต่ผู้คนจะรู้จักดีว่าเราเป็นใคร?  ความประพฤติสอดคล้องกับคำพูดหรือไม่!  รม. ๒.๒๑-๒๔ สอนคนอื่นตัวเองทำหรือไม่  “คนต่างชาติพูดหยาบหยาบพระนามพระเจ้าก็เพราะท่านทั้งหลาย”นี่หรือคริสเตียน! ตัวอย่าง : ที่ภาคอีสานมีผู้นำคริสเตียนคนหนึ่งโกงบ้าน ที่ดินของมิชชันนารีที่ชัยภูมิ ชนิดที่คนไม่เชื่อก็ยังไม่ทำกันเลย                มธ. ๗.๒๑-๒๓ พระเยซูตรัสว่า “มิใช่ทุกคนที่จะได้เข้าสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามน้ำพระทัยของพระเจ้าเท่านั้นที่จะเข้าได้”๔.ลักษณะคนของ พระเจ้า                ๑)ผู้รับใช้ที่ดี (๑ ทธ. ๔.๖-๑๖) เติบโตขึ้นในความเชื่อ ยึดมั่นในหลักธรรม มีความทรหดอดทน มีความหวังใจเป็นแบบอย่างแก่คนทั้งปวงที่เชื่อในทุกด้าน (ดูข้อ ๑๑-๑๔) เอาใจใส่ตนเองคำและคำสอนของตนเอง “อย่าสอนอย่างและทำอีกอย่างหนึ่ง”                ๒)คนของพระเจ้า (๑ ทธ. ๑๑-๒๐) เปาโลบอกแก่ทิโมธีว่า ให้มุ่งมั่นในทางชองพระเจ้า มีความเชื่อ ความรัก ความอดทน มีความสุภาพอ่อนน้อมโดยยึดเอาพระเยซูคริสต์เป็นแบบอย่าง อย่ามุ่งหวังในทรัพย์สินของโลกนี้(อย่าโลภ) ให้มีใจเผื่อแผ่และทำดีมากๆสรุป-          โยนาห์มีจุดบกพร่องหลายอย่างที่เราไม่ควรเลียนแบบอย่าง-          แต่จงเลียนแบบอย่างจากผู้รับใช้ที่ของพระเยซูคริสต์

ความสุขที่แท้จริง


ชีวิตนี้               ทุกข์จัง             ตั้งแต่เกิด
ลืมตาเปิด                    ร้องไห้              จ้าละหวั่น
กลัวผจญ                     เหตุการณ์                    สารพัน
แต่ละวัน                      ทุกข์ถม                        จมน้ำตา

จะกินนอน                   นั่งเดิน             เหาะเหินฟ้า
อนิจจา             ทุกข์ไม่จาง                   จากเลยหนา
ทุกข์เป็นเงา     เคียงคู่             อยู่เรื่อยมา
สุขชั่วครั้งชั่วคราก็ลาไป
พื้นฐานแท้                   คือทุกข์                        มิสร่างสิ้น
ต้องทนดิ้น                   ต่อสู้                             ทั้งหวั่นไหว
เมื่อยังมี                       ลมปราณ                     อยู่ข้างใน
ฝึกตนให้                      แกร่งกล้า                     ท้าฝ่าฟัน

อยากไต่ถาม    ตามหา ความสุขแท้
อยู่ไหนแน่                    กันหนอ            ขอเพียงฝัน
ต่างไขว่คว้า     อยากได้           มากำนัล
ให้ตัวฉัน                      สุขเลิศ ประเสริฐมี
ทุกข์หรือสุขอยู่ที่ใดใคร่ตอบด้วย  ในฐานะเป็นคนสวยและสดใส
หนูขอตอบทุกสิ่งล้วนอยู่ที่ใจ   ไม่มีใครลิขิตได้เหมือนตัวเอง


ความสุขที่แท้จริง
คำนำ
§  วันนี้มีสุขสบายดีมั่ย (แป่ง ออน ซะ)
§  มีคนกล่าวไว้ว่า  ความสุขที่แท้จริง คนทุกชาติ ภาษา เพศ วัย ทั่วโลก ต้องการความสุข
§  มนุษย์มีการแสวงหา 108 1009 วิถีทาง เพื่อให้ได้มาซึ่งความสุข
§  คำกลอน เรื่องหาความสุข (จาก Internet)
ข้อพระคำ สดด 1:1-6, 32:1-5 (อ่าน)
1.      ไม่หลงกลอุบายของมาร (สดด1:1)     (มารกำลังใช้กลอุบายกับคน 2 จำพวก วันนี้จะพูดกับคนที่เชื่อในพระเจ้า)
Ex พี่น้องมุสลิม มาเชื่อพระเจ้า พี่ชาย และพี่สาวมาขอร้อง ให้ปล่อยน้องไปเถิด ผมบอกว่า น้องคุณได้พบความจริงของชีวิต สันติสุข
ก.     ไม่ดำเนินตาม(ฟัง)คำแนะนำของคนอธรรม
ข.      ไม่ยืนอยู่ในทางของคนบาป
ค.     ไม่นั่งอยู่ในที่นั่งของคนที่ชอบเยาะเย้ย
·       นี่เป็นภาพของการหันหลังให้พระเจ้า และออกห่างจากพระเจ้า ทีละนิด ทีละน้อย
·       มาร รู้ว่า คริสเตียนจะไม่ละทิ้งพระเจ้าทันที แล้วไปกราบไหว้รูป หรือไปนับถือผี (จากที่ผ่านมาไม่ค่อยเห็น)
·       ตัวอย่าง ในสมัยเด็ก บ้านผมอยู่บนดอย ผมกับพ่อไปต้อนแม่หมูกลับเข้าคอก หมูไม่ยอม ทำอย่างไรหมูก็ไม่ยอมเข้าคอก ผมกับพ่อหมดปัญญา กลับมาบ้าน แม่บอกว่า โง่จริงๆ แม่ก็หยิบข้าวโพดฟักหนึ่งใส่ถุงเสื้อ แล้วเดินออกไปสักพักแม่หมูกลับเข้าคอกเรียบร้อย ผมรู้สึกงงมา ก็ไปถามแม่ว่า แม่ทำอย่างไร แม่บอกว่า ให้ข้าวโพดมันกิน ทีละเม็ดๆ ตามทางกลับมา มันก็ตามมา และเดินเข้าคอกไปเลย
2.      มีพระคำ(พระเยซู)อยู่ในใจ (สดด1:2)
·       ตัวอย่าง เศรษฐีหนุ่ม เขามีเพียบพร้อมทุก มีเงินทอง(มีบ้านใหญ่โต พร้อมบริวาร) มีตำแหน่ง(ขุนนาง) มีศิลธรรม เป็นคนดี(รักษาธรรมบัญญัติ) แต่ไม่มีความสุขที่แท้จริง เขามาหาพระเยซู พระองค์ตรัสว่า ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง ขาดสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต (ขาดพระเยซู)
·       ไม่ใช่ มีเงินทอง บ้าน รถ คนรัก ของในโลกนี้นี้
เงินสามารถซื้อบ้านได้ แต่ซื้อครอบครัวที่มีความอบอุ่นไม่ได้
เงินสามารถซื้อตำแหน่งได้ แต่ซื้อความเคารพไม่ได้
เงินสามารถซื้อเตียงได้ แต่ซื้อการนอนหลับไม่ได้
เงินสามารถซื้อนาฬิกาได้ แต่ซื้อเวลาไม่ได้
เงินสามารถซื้อหนังสือได้ แต่ซื้อความรู้ หรือสติปัญญาไม่ได้
เงินสามารถซื้อเลือดได้ แต่ซื้อชีวิตไม่ได้
เงินสามารถซื้อยาได้ แต่ซื้อสุขภาพไม่ได้
เงินสามารถซื้อประกันได้ แต่ซื้อความปลอดภัยไม่ได้
เงินสามารถซื้ออาหารได้ แต่ซื้อความอร่อยไม่ได้
คุณจะเห็นว่า เงินทองไม่ใช่ทุกสิ่ง

·       ข้อ 3  ชีวิตของผู้ที่มีพระคำ(พระเยซู) อยู่ในใจเป็นอย่างไร(อ่าน)
o  เป็นเช่นต้นไม้ที่ปลุกไว้ริมธารน้ำ เกิดผลตามฤดูกาล และใบก็ไม่เหี่ยวแห้ง (เชื่อว่า คนที่ซึมซับน้ำแห่งพระวจนะ ชีวิตจะเกิดผล และมีความมั่นคงในพระเจ้า)
o  ไม่เหมือนแกลบ ที่ถูกลมพัดกระจายไป ไม่มีเป้าหมาย ร่องลอยไปตามลม มีชีวิตอยู่ไปวัน
o  การทุกอย่างที่เขากระทำก็จำเริญขึ้น(ความจำเริญมี 2 ด้าน ฝ่ายจิตวิญญาณ และฝ่ายกาย(มองเห็น)) แต่พระเจ้าทรงยอมรับความจำเริญขึ้นฝ่ายจิตวิญญาณของเรา เป็นความจำเริญที่ถาวร ความเชื่อจะเข้มแข็ง
o  ขอบคุณพระเจ้า ที่พระองค์ไม่ได้ยอมรับรับเรา เพราะฐานะดีขึ้น เก่งขึ้น หล่อขึ้น  สวยขึ้น อายุมากขึ้น หรือฉลาดขึ้น
o  ยอมรับ เพราะ เรามีพระเยซูอยู่ในใจ และเรารับพระพรมากขึ้น เพราะเรามี พระวจนะอยู่ในใจ
3.      มีชีวิตที่กล้าสารภาพบาป และรับการอภัย (สดด 32:1-5)
·       คนที่ทำผิดแล้ว กลับมา สารภาพบาปนั้นต่อพระเจ้า แล้วได้รับการอภัยบาปนั้น เป็นคนที่มีความสุขที่แท้จริง
·       คนเราทุกคนทำผิดพลาดได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ทำผิดแล้วกล้าสารภาพ บางคนปิดซ่อนไว้จนใกล้หมดลม บางคนเก็บจนตาย
·       พระธรรมสดุดี หลายตอนย่ำว่า คนที่ฉลาด และมีสติปัญญา จะกล้าสารภาพบาปต่อพระเจ้า และไม่เก็บซ่อนบาปนั้นไว้   Ex. K.David had leaned a bout kept sin.
·       ข้อ 3-4 บอกถึง ผล ของการไม่สารภาพบาป ปกปิด หรือ ซ่อนไว้ ต่อ
o  ร่างกาย           ร่วงโรย
o  จิตใจ   หนักใจ คิดมาก
o  กำลัง               เหี่ยวแห้ง
·       ตัวอย่าง โยชูวา 7:20-21 Bible บอกชัดเจนว่า เพราะอาคานซ่อนบาปไว้ ทำให้อิสราเอลต้องแพ้สงครามกับเมืองอัย(พึ่งชนะเมืองเยรีโคมา) และทำให้คนในครอบครัวต้องจบชีวิตลง
·       กจ 5 อานาเนีย กับสับฟีรา สองสามีภรรยา ก็ต้องจบชีวิตลง เพราะ ทำบาปแล้วซ่อนไว้ และยังแก้ตัวด้วยคำโกหก
·       ข้อ 5 (อ่าน) ถ้าเราไม่ซ่อนไว้ และสารภาพ พระองค์ทรงยกโทษบาปให้
·       1 ยอห์น 1:9 ถ้าเราสารภาพบาป พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น
·       ยอห์น 8:11 พระเยซูตรัสกับหญิงล่วงประเวณีที่ถูกจับได้ว่า เราก็ไม่เอาโทษเจ้าเหมือนกัน ไปเถิดแล้วอย่าทำผิดอีก
·       ห้องสารภาพบาป บนอินเตอร์เน็ท
มีคำสารภาพมากมาย ทุกเพศ วัย (สารภาพกับจอคอม)

สรุป
เราจะรักษาสันติสุข ความสุขที่แท้จริงนั้น
1.      ม่หลงกลอุบายของมาร ไม่ออกห่างจากพระเจ้า
2.      มีพระคำ(พระเยซู)อยู่ในใจ ภาวนาพระจนะสม่ำเสมอ และมั่นใจในการทรงสถิตอยู่ด้วยของพระเยซู
3.      มีชีวิตที่สารภาพ และรับการอภัย เมื่อทำผิด ทำพลาด ใหรีบสารภาพ และกลับใจ ไม่กระทำอีกโดยพึ่งพระกำลังของพระเจ้า

ความจริงเกี่ยวกับความลำเอียง 5 ประการ



ในเช้าวันอาทิตย์ ที่โบสถ์แห่ง มีชายแต่งตัวซอมซ่อเข้ามานั่งแถวหน้า สมาชิกเริ่มซุบซิบ
ผู้นำนมัสการเสร็จ เชิญ ศบ. ขึ้นเทศนา ชายซอมก็ขึ้น ถอดเสื้อผ้าออก บอกสมาชิกเปิด
ยากอบบทที่ 2:1-12 อ่านด้วยกัน
1 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้า ด้วยเหตุที่ท่านมีความเชื่อในองค์พระเยซูคริสตเจ้าของเรา องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งพระสิรินั้น จงอย่าลำเอียง
2 เพราะว่าถ้ามีคนหนึ่งสวมแหวนทองคำและแต่งตัวดีเข้ามาในที่ประชุมของท่าน และมีคนจนคนหนึ่งแต่งตัวซอมซ่อเข้ามาด้วย
3 และท่านสนใจคนที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอย่างดี และกล่าวโอภาปราศรัยกับเขาว่า "เชิญท่านนั่งที่นี่เถิด" ในขณะเดียวกันท่านก็พูดกับคนจนนั้นว่า "แกจงยืนอยู่ที่นั่น" หรือ "จงนั่งแทบเท้าของเราเถิด"
4 ท่านมิแบ่งชั้นวรรณะ และวินิจฉัยด้วยใจชั่วหรือ
5 พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงฟังเถิด พระเจ้าได้ทรงเลือกคนยากจนในโลกนี้ให้เป็นคนมั่งมีในความเชื่อ และให้เป็นผู้รับมรดกแผ่นดินซึ่งพระองค์ทรงสัญญาไว้ แก่ผู้ที่รักพระองค์มิใช่หรือ
6 แต่ท่านทั้งหลายได้ดูถูกคนจน ไม่ใช่คนมั่งมีหรือที่กดขี่ข่มเหงท่าน ไม่ใช่เขาเหล่านั้นหรือที่ลากตัวท่านไปขึ้นศาล
7 ไม่ใช่เขาเหล่านั้นหรือที่สบประมาทพระนามอันประเสริฐซึ่งใช้เรียกท่าน
8 ถ้าท่านทั้งหลายบำเพ็ญตนตามพระบัญญัติโดยแท้จริง ตามพระคัมภีร์ที่ว่า จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง แล้วท่านทั้งหลายก็ประพฤติดีอยู่
9 แต่ถ้าท่านทั้งหลายลำเอียง ท่านก็กระทำบาป และว่าตามธรรมบัญญัติ ท่านก็กระทำผิด
10 เพราะว่าผู้ใดรักษาธรรมบัญญัติได้ทั้งหมด แต่ผิดอยู่ข้อเดียว ผู้นั้นก็เป็นผู้ผิดธรรมบัญญัติทั้งหมด
11 ด้วยว่าพระองค์ผู้ได้ตรัสว่า เจ้าอย่าล่วงประเวณีผัวเมียเขา ก็ได้ตรัสไว้ด้วยว่า เจ้าอย่าฆ่าคน แม้ท่านไม่ได้ล่วงประเวณี แต่ได้ฆ่าคน ท่านก็เป็นผู้ละเมิดธรรมบัญญัติ
12 ท่านทั้งหลายจงพูดและจงกระทำ เช่นผู้ที่จะได้รับการพิพากษาด้วยกฎแห่งเสรีภาพ

ในสังคมปัจจุบัน 2 มาตรฐาน เป็นความจริง
ขอถุงยังชีพ ยังมี 2 มาตรฐาน
ไปที่เขตทำบัตร หรือธุระ ยังมี 2 มาตรฐาน
ความจริงเกี่ยวกับความลำเอียง 5 ประการ

1.      ความลำเอียง เกิดจากการมองภายนอก
คนเราชอบมองคนจากภายนอก (แต่งตัวซอมซ่อ เราจะมองเป็นไม่ดี แต่งตัวดี เราจะให้เคดิตว่าดี)
1 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้า ด้วยเหตุที่ท่านมีความเชื่อ (ความเชื่อเดียวกันกับพระเยซู) ในองค์พระเยซูคริสตเจ้าของเรา องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งพระสิรินั้น จงอย่าลำเอียง
2 เพราะว่าถ้ามีคนหนึ่งสวมแหวนทองคำและแต่งตัวดีเข้ามาในที่ประชุมของท่าน และมีคนจนคนหนึ่งแต่งตัวซอมซ่อเข้ามาด้วย
ข้อ 1 อ่าน บอกว่า “อย่าลำเอียง
ข้อ 2 อ่าน บอกว่า “อย่าคนที่ภายนอก” หลายครั้งเราสนใจคน หรือมองคน ที่ภายนอก
ตย. 1 ซมอ 16 พระเจ้าสั่ง ซามูเอลไปเจิมลูกเจสซีให้เป็นกษัตรแทนซาอูล / เจสซี นำ อาบีนาดับ ชัมมาห์ บุตรทั้งเจ็ดคนเดินผ่านหน้าซามูเอล
 1 ซมอ 16:7 แต่พระเจ้าตรัสกับซามูเอลว่า "อย่ามองดูที่รูปร่างภายนอกหรือที่ความสูงแห่งร่างกายของเขา ด้วยเราไม่ยอมรับเขาเพราะพระเจ้าทอดพระเนตรไม่เหมือนกับที่มนุษย์ดู มนุษย์ดูที่รูปร่างภายนอกแต่พระเจ้าทอดพระเนตรจิตใจ"
พระคัมภีร์บอกชัดเจน อย่ามองที่ภายนอก แต่มองที่จิตใจ
ลวต 19:15 "เจ้าอย่า (ห้าม) พิพากษาด้วยความยุติธรรม เจ้าอย่าลำเอียงเข้าข้างคนจนหรือเห็นแก่หน้าผู้เป็นใหญ่ แต่เจ้าจงพิพากษาเพื่อนบ้านของเจ้าด้วยความชอบธรรม (ความจริง)”
ตย. มีชายคนหนึ่งสุขภาพไม่ดี มีกลิ้นเหล้า บุหรี่ เข้ามาโบสถ์แห่งหนึ่ง เขารู้สึกได้ว่า สมาชิกไม่ต้อนรับเขา เขาเลยไปโบสถ์อื่น เดี่ยวนี้เขาเข้มแข็ง เป็นผู้นำคนหนึ่งใน คจ ที่ต้อนรับเขา
2 คร 5:16 เหตุฉะนั้นตั้งแต่นี้ไป เราจะไม่พิจารณาผู้ใดตามมาตรฐานของโลก แม้ว่าเมื่อก่อนเราเคยพิจารณาพระคริสต์ตามมาตรฐานของโลกก็จริง แต่เดี๋ยวนี้เราจะไม่พิจารณาพระองค์เช่นนั้นอีก
อ.เปาโล เคยมอง เคยพิจารณา พระเยซูตามมาตรฐานของโลก (เป็นช่างไม้ ไม่ร้ำรวย ไม่มีตำแหน่งการเมือง ไม่จบวิทยาลัย ไม่มีเครื่องแต่งกายที่สวยงาม)
คต ไม่ควรมองคนตามมาตรฐานของโลก มองคนที่ภายนอก “แต่พระเจ้าทอดพระเนตรจิตใจ”

2.      ความลำเอียงจะสำแดงออกมาเห็นได้ชัด
ข้อ 3 และท่านสนใจคนที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอย่างดี และกล่าวโอภาปราศรัยกับเขาว่า "เชิญท่านนั่งที่นี่เถิด" ในขณะเดียวกันท่านก็พูดกับคนจนนั้นว่า "แกจงยืนอยู่ที่นั่น" หรือ "จงนั่งแทบเท้าของเราเถิด"
ตย. กรรมการตัดสินกีฬามีความลำเอียงที่แสดงออกมาเห็นได้ชัด / ฟุตบอล มวย มีความ “นักมวย” เทคอนโด 
ตย. ในสังคมภายนอกมีความลำเอียงเห็นได้ชัด / ธนาคาร / ไปรษณีย์

ปฐก 25:27 27:6 ครอบครัวมีความลำเอียง เอซาวพ่อรัก ยาโคบแม่รัก
คจ เป็นครอบครัวใหญ่
สภษ 28:21 ซึ่งจะสำแดงความลำเอียงก็ไม่ดี คนอาจจะทรยศเพราะอาหารชิ้นหนึ่งก็เป็นได้
อาหารชิ้นเดียวที่พ่อแม่ให้ลูก ไม่เท่ากันก็สร้างปัญหาใหญ่ได้
ตย. คนตักอาหารที่ คจ ก็เห็นความแตกได้ชัด เพราะลูกของตนเองมีเนื้อ ลูกของคนที่ตนเองไม่ชอบหน้าก็มีแต่น้ำ


3.      ความลำเอียง ถูกจัดว่าความคิดชั่ว
ข้อ 4 ท่านมิแบ่งชั้นวรรณะ และวินิจฉัยด้วยใจชั่วหรือ (ความคิดชั่ว ใจชั่ว)
ลูกา 7: ที่บ้านของซีโมน มีผู้หญิงมาหาพระเยซูและเอาเส้นผมของนางเช็ดเท้าของพระเยซู       “ฝ่ายคนฟาริสีที่ได้เชิญพระองค์ เมื่อเห็นแล้วก็นึกในใจว่า "ถ้าท่านนี้เป็นผู้เผยพระวจนะก็คงจะรู้ว่า หญิงผู้นี้ที่ถูกต้องกายของท่านเป็นผู้ใดและเป็นคนอย่างไร เพราะนางเป็นคนชั่ว"
การวินิจฉัย และความคิดของฟาริสีท่านนี้ เป็น ความคิดที่ชั่ว (นี่เป็นความคิดที่ไม่ใช่สังคมคริสเตียนควรคิด)
การเลือกปฏิบัติ แบ่งชั้นวรรณะ เกิดจาก การวินิจฉัยด้วยใจชั่ว

ข้อ 5 พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงฟังเถิด พระเจ้าได้ทรงเลือกคนยากจนในโลกนี้ให้เป็นคนมั่งมีในความเชื่อ และให้เป็นผู้รับมรดกแผ่นดินซึ่งพระองค์ทรงสัญญาไว้ แก่ผู้ที่รักพระองค์มิใช่หรือ

พระคัมภีร์บอกว่า พระเจ้าทรงเลือกทุกคนด้วยความรัก พระเจ้าไม่ได้วินิจฉัยว่าผมดีพอใหมที่จะเป็นบุตร หรือจะเข้ามาเป็นครอบครัวในพระคริสต์ หรือจะรับมรดกที่ทรงสัญญาไว้

ตย. หนังสือมานาประจำวัน มีเขียนไว้ว่า ที่แอฟฟิกา มีนกชนิดหนึ่ง ชื่อนกบีเวอร์เป็นฝูง ชอบชวนนกต่างชนิดอื่นมาอยู่ในฝูงของมันด้วย (คจ ก็น่าจะเอาจะอย่างนกบีเวอร์) โดยปกตินกจะไล่ตัวอื่นให้ไปไกล ที่ไม่ใช่ชนิดเดียวกัน แม้ชนิดเดียวกัน ก็ยังไล่ไปไกล
1 ยน 4:7-8 ท่านที่รักทั้งหลาย ขอให้เรารักซึ่งกันและกัน เพราะว่าความรักมาจากพระเจ้า และทุกคนที่รักก็บังเกิดมาจากพระเจ้า และรู้จักพระเจ้า ผู้ที่ไม่รักก็ไม่รู้จักพระเจ้า เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นความรัก”
เราต้องรักซึ่งกันและกัน คจ.เมี่ยนต้องรักซึ่งกันและกัน ไม่แบ่งชั้นวรรณะ หรือวินิจฉัยใครด้วยใจที่..
4.      ความกลัว ทำให้ความลำเอียง
ข้อ 6 แต่ท่านทั้งหลายได้ดูถูกคนจน ไม่ใช่คนมั่งมีหรือ ที่กดขี่ข่มเหงท่าน ไม่ใช่เขาเหล่านั้นหรือ ที่ลากตัวท่านไปขึ้นศาล 7 ไม่ใช่เขาเหล่านั้นหรือ ที่สบประมาทพระนามอันประเสริฐซึ่งใช้เรียกท่าน
พระคัมภีร์กำลังบอกว่า เราดูถูกคนจน และให้เกียรติคนรวย อย่างไม่ถูกต้อง เพราะกลัวคนที่ร้ำรวยกว่า กลัวคนที่มีเงิน มีฐานะกว่า ทำให้เกิดความลำเอียง

ฮีบรู 13:2 “อย่าละเลยที่จะต้อนรับแขกแปลกหน้า (มาในสภาพคนจน) เพราะว่าโดยการกระทำเช่นนั้น บางคนก็ได้ต้อนรับทูตสวรรค์โดยไม่รู้ตัว”
ตย. รูธ ไลเซน์ เป็นนักเขียนวิจารย์อาหารชาวนิวยอร์ก ที่ร้านอาหารต่างๆในเมืองจะมีรูปของเขา เจ้าของร้านจะกำชับไว้ว่า ถ้าเห็น รูป ไลเซน์ มาต้องทำอาหารอย่างดี อร่อยสุดฝีมือ พนักงานต้องต้อนรับอย่างยอดเยี่ยม แต่ รูธ รู้ว่าถ้าเขาไม่ปลอมตัวเขาร้านอาหารเขาจะไม่ได้ความจริง
สภษ 17:5 บุคคลที่เย้ยหยันคนยากจนก็ดูถูกพระผู้สร้างของเขา บุคคลที่ยินดีเมื่อมีความลำบากยากเย็น จะไม่มีโทษหามิได้
ดูถูกคนจน เท่ากับดูถูกพระเจ้า อย่าเราดูถูกทุกคนที่พระเจ้าส่งเขาเข้ามาพระวิหารของเจ้า

5.       ความลำเอียง นำตัวเข้าสู่การพิพากษา
9 แต่ถ้าท่านทั้งหลายลำเอียง ท่านก็กระทำบาป และว่าตามธรรมบัญญัติ ท่านก็กระทำผิด
10 เพราะว่าผู้ใดรักษาธรรมบัญญัติได้ทั้งหมด แต่ผิดอยู่ข้อเดียว ผู้นั้นก็เป็นผู้ผิดธรรมบัญญัติทั้งหมด 11 ด้วยว่าพระองค์ผู้ได้ตรัสว่า เจ้าอย่าล่วงประเวณีผัวเมียเขา ก็ได้ตรัสไว้ด้วยว่า เจ้าอย่าฆ่าคน แม้ท่านไม่ได้ล่วงประเวณี แต่ได้ฆ่าคน ท่านก็เป็นผู้ละเมิดธรรมบัญญัติ
12 ท่านทั้งหลายจงพูดและจงกระทำ เช่นผู้ที่จะได้รับการพิพากษาด้วยกฎแห่งเสรีภาพ
คนที่เชื่อในพระเจ้า จะไม่ถูกพิพากษาตามกฏธรรมบัญญัติ แต่จะได้รับการพิพากษาด้วยกฎแห่งเสรีภาพ (การเลือกดำเนินชีวิตของเรา การเลือกปฏิบัติของเรา)
โยบ 13:10 พระองค์จะทรงตำหนิท่านทั้งหลายแน่ ถ้าท่านแสดงความลำเอียงอย่างลับ
มาลาคี 2:9 ดังนั้น เราจึงกระทำให้เจ้าเป็นที่ดูหมิ่นและเหยียดหยามต่อหน้าประชาชนทั้ง ปวง ให้สมกับที่เจ้ามิได้รักษาบรรดาวิถีทางของเรา แต่ได้ (ลำเอียง) แสดงอคติในการสั่งสอนของเจ้า"
อสย 58:10 ถ้าเจ้าทุ่มเทชีวิตของเจ้าแก่คนหิว และให้ผู้ถูกข่มใจได้อิ่มใจ แล้วความสว่างจะโผล่ขึ้นแก่เจ้าในความมืด และความมืดคลุ้มของเจ้าจะเป็นเหมือนเที่ยงวัน
พระคัมภีร์บอก ถ้าเราเห็นใจคนหิว คนจน ไม่ดูถูก พระเจ้าจะอวยพระพรมากมาย

สรุป
            ความลำเอียง หรือสองมาตรฐาน มีจริงในสังคมทั่วไป
            ความลำเอียง หรือสองมาตรฐาน ไม่ควรมีในสังคมคนของพระเจ้า
ความจริงเกี่ยวกับความลำเอียง 5 ประการ
1.      ความลำเอียง เกิดจากการมองภายนอก
2.      ความลำเอียงจะสำแดงออกมาเห็นได้ชัด
3.      ความลำเอียง ถูกจัดว่าความคิดชั่ว
4.      ความกลัว ทำให้ความลำเอียง
5.      ความลำเอียง นำตัวเข้าสู่การพิพากษา

สรุปความเสียหายต่อการประกอบกิจการกระจายเสียงของ สถานีวิทยุชุมชน FEBC Radio Thailand



วันที่ 30 พฤศจิกายน 2011

เรื่อง       สรุปความเสียหายต่อการประกอบกิจการกระจายเสียงของ สถานีวิทยุชุมชน FEBC Radio Thailand

เรียน       สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช)

                ข้าพเจ้านายนพคุณ ประสบเกียรติกิจ ผู้มีอำนาจทำการแทน สถานีวิทยุชุมชน FEBC Radio Thailand ได้รับหนังสือ ทช๑๒๐๐./๑ว ๑๒๘๑๘ ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 ให้สรุปผลความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัยแก่ สำนักงาน กสทช นั้น ข้าพเจ้าขอแจ้งว่า ในพื้นที่ที่สถานีวิทยุชุมชน FEBC Radio Thailand ตั้งอยู่นั้น ไม่ได้ประสบอุทกภัยและไม่มีความเสียหาย
                ข้าพเจ้ายังได้ถ่ายทอดข่าวต้นชั่วโมงเรื่องสถานการ์น้ำท่วมแก่ชุมชน โดยรับสัญญาณข่าวต้นชั่งโมงจากสถานีวิทยุแห่งประเทศไทยตลอดจนถึงวันนี้ และทีมงานของเรายังได้ออกพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยมอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม และเครื่องวิทยุด้วย

                จึงเรียนมาเพื่อทราบ และขอพระเจ้าทรงอวยพระพร



                                                                                                           ขอแสดงความนับถือ



                                                                                                    ( นายนพคุณ ประสบเกียรติกิจ )
                                                                   ผู้มีอำนาจทำการแทน สถานีวิทยุชุมชน FEBC Radio Thailand